“ไปตรวจตามหมอนัดทุกครั้ง ผลน้ำตาลก็ดีตลอดแล้วทำไมยังมีเบาหวานขึ้นตา ลงไตอีก”…..???

หลายท่านที่เป็นเบาหวานคงเกิดคำถามดังกล่าวขึ้นในใจ ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เพื่อตอบข้อสงสัยดังกล่าวเราจะคุยเรื่องนี้กัน รวมทั้งผู้เป็นเบาหวานจะต้องควบคุมน้ำตาลในเลือดกันอย่างไรจึงจะลดโรคแทรกซ้อนได้ ก่อนอื่นเรามารู้จักโรคแทรกซ้อนของเบาหวานกันก่อนว่าเป็นอย่างไร จริงๆแล้วโรคแทรกซ้อนของเบาหวานนั้นเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมของเส้นเลือดทั่วร่างกาย ซึ่งเส้นเลือดในร่างกายแบ่งออกเป็นเส้นเลือดแดงขนาดใหญ่ และเส้นเลือดแดงขนาดเล็ก เส้นเลือดแดงขนาดใหญ่ก็คือ เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง หัวใจ และ ขาทั้ง2 ข้าง ส่วนเส้นเลือดแดงขนาดเล็กก็คือเส้นเลือดที่ตา ไต และเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเส้นประสาท เส้นเลือดทำหน้าที่เหมือนสายยางที่จะลำเลียงน้ำ ออกซิเจน และอาหารไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งน้ำตาลกลูโคสที่อยู่ในเส้นเลือดถ้ามีอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะพอดีก็จะเป็นประโยชน์เพราะร่างกายต้องใช้น้ำตาลกลูโคสเป็นพลังงาน แต่ถ้ามีมากเกินไปก็จะเป็นอันตรายต่อเส้นเลือดแดงทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เพราะน้ำตาลกลูโคสจะไปทำให้เส้นเลือดเกิดการอักเสบแข็งและตีบตัน เมื่อเกิดการตีบตันของเส้นเลือดนั่นหมายถึงอวัยวะในร่างกายขาดเลือดไปเลี้ยงทำให้ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติเหมือนเดิมจึงเกิดโรคต่างๆขึ้น เช่น ตาบอดจากเบาหวาน ไตวายเรื้อรัง เท้าชาเป็นแผลเรื้อรังไม่หาย อัมพาต เส้นเลือดหัวใจตีบเป็นต้น ดังนั้นการป้องกันโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานก็คือการป้องกันไม่ให้เส้นเลือดเสื่อมนั่นเอง น้ำตาลกลูโคสในเลือดที่มีมากเกินไปทำให้เส้นเลือดเสื่อม!!! แล้วน้ำตาลกลูโคสมาจากไหน?? เส้นเลือดเรารับน้ำตาลกลูโคสมาจาก 2 แหล่ง คือ อาหารที่เรารับประทาน และตับสร้างแล้วปล่อยออกมา โดยปกติเราจะรับประทานอาหารกันวันละ 3 มื้อ  อาหารแต่ละมื้อจะใช้เวลาในการย่อยจนเป็นน้ำตาลกลูโคสผ่านจากลำไส้เล็กเข้าสู่เส้นเลือดก็ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงซึ่งเป็นช่วงที่ระดับน้ำตาลในเลือดของเราขึ้นสูงกว่าตอนก่อนรับประทานอาหาร ซึ่งน้ำตาลตอนหลังอาหารนี้หากปล่อยให้สูงมากเกินไปจะทำลายเส้นเลือด การปล่อยให้มีน้ำตาลหลังอาหารสูงมากเกินไปตลอดทั้ง 3 มื้อ เป็นเช่นนี้ไปทุกๆวัน เส้นเลือดของเราก็ถูกทำลายสะสมไปเรื่อยๆ  ด้วยเหตุนี้การป้องกันโรคแทรกซ้อนของเบาหวานเราจะดูแค่น้ำตาลตอนก่อนรับประทานอาหารเช้าดีอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ผู้เป็นเบาหวานจะต้องใส่ใจที่จะดูแลน้ำตาลทั้งก่อนและหลังอาหารให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีอย่างสม่ำเสมอ อีกอย่างหนึ่งที่หลายๆคนสงสัยคือน้ำตาลตอนเช้าหลังอดอาหารมาทั้งคืนทำไมจึงสูงได้ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้นว่าตับนั้นสามารถสร้างและปล่อยน้ำตาลเข้าเส้นเลือดได้ ดังนั้นช่วงเวลากลางคืนในคนที่เป็นเบาหวานตับมักจะปล่อยน้ำตาลออกมามากขึ้น ทำให้เกิดมีน้ำตาลสูงตอนเช้าได้ นี่เป็นเหตุผลว่าเพราะอะไรผู้เป็นเบาหวานจึงต้องมีการติดตามระดับน้ำตาลในเลือดหลายๆเวลา การตรวจน้ำตาลที่บ้านด้วยตนเองจึงมีความสำคัญและมีประโยชน์มากกับผู้เป็นเบาหวาน แต่การตรวจนั้นต้องตรวจให้มีประสิทธิภาพจึงจะได้ประโยชน์ แล้วเราต้องตรวจกันอย่างไร?? คำตอบคือ เราต้องตรวจให้เห็นว่าน้ำตาลก่อนและหลังอาหารของเราเป็นอย่างไร หากมีน้ำตาลก่อนอาหารสูงเกินไปก็ต้องแก้ไขอย่าให้สูงอีก หรือ มีน้ำตาลหลังอาหารสูงเกินไปก็ต้องแก้ไขเช่นเดียวกัน การแก้น้ำตาลก่อนอาหารไม่ให้สูงอีกทำอย่างไร?? เราต้องรู้ก่อนว่าน้ำตาลก่อนอาหารมาจากตับปล่อยออกมา และมาจากอาหารมื้อก่อนหน้าที่เรารับประทานผ่านมา เมื่อเรารู้เราก็แก้ไขได้ง่ายขึ้น ถ้ามาจากตับปล่อยเยอะแพทย์ก็จะให้ยาลดการปล่อยน้ำตาลของตับ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การลดน้ำหนักตัวที่เกินมากไปก็ช่วยลดการปล่อยน้ำตาลจากตับได้เช่นเดียวกัน  แต่ถ้ามาจากอาหารมื้อก่อนหน้าก็ต้องลดหรือหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้นในมื้อถัดไป กรณีน้ำตาลหลังอาหารสูงแก้อย่างไร น้ำตาลหลังอาหารมาจากน้ำตาลก่อนอาหารหรืออาหารที่เราเพิ่งรับประทานผ่านมา ถ้าเรามีน้ำตาลก่อนอาหารสูงก็ต้องแก้ก่อนตามที่ได้อธิบายไปแล้ว หากน้ำตาลหลังอาหารสูงก็เกิดขึ้นมาจากอาหารในมื้อที่เรารับประทานผ่านมาอาจมีปริมาณมากเกินไป หรือรับประทานปริมาณไม่มากแต่มีน้ำตาลเยอะเกินไป ก็ต้องลดหรื่อเลี่ยงในมื้อถัดไปถ้าลดหรือเลี่ยงแล้วยังมีน้ำตาลหลังอาหารสูงอยู่อีกอาจเกิดจากยาที่ลดน้ำตาลหลังอาหารไม่เพียงพอแพทย์ก็ต้องปรับยาเพิ่มให้ เราลองมาดูการตรวจน้ำตาลของคนไข้ท่านหนึ่งตามตารางด้านล่าง 

 

8.00น.

10.00น.

12.00น.

15.00น.

18.00น.

21.00น.

 จันทร์

83

   

107

   

 อังคาร

97

       

88

 พุธ

       

94

 

 พฤหัสบดี

           

 ศุกร์

87

         

 เสาร์

           

 อาทิตย์

81

 

89

     

ถ้าดูจากตารางจะเห็นว่าน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ดีทุกเวลา แพทย์แนะนำให้ตรวจอีกรอบโดยให้ตรวจแบบก่อนและหลังอาหารคู่กันพร้อมทำบันทึกอาหาร

 

8.00น.

10.00น.

12.00น.

15.00น.

18.00น.

21.00น.

บันทึกอาหาร

 จันทร์

83

253

     

 

ข้าวผัด
กาแฟเย็น

 อังคาร

97

           

 พุธ

             

 พฤหัสบดี

 

           

 ศุกร์

87

194

     

 

ราดหน้า กาแฟเย็น

 เสาร์

 

132

       

ข้าวผัด

 อาทิตย์

81

118

       

ราดหน้า

ผู้เป็นเบาหวานท่านนี้มีน้ำตาลก่อนอาหารดีทุกมื้อแต่หลังอาหารสูงทุกครั้งในมื้อที่ดื่มกาแฟเย็น (น้ำตาลหลังอาหารที่เหมาะสมควรต่ำกว่า 180 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) เพราะฉะนั้นถ้าเปรียบเทียบการตรวจทั้ง 2 รอบจำนวนครั้งที่ตรวจทั้ง 2 รอบเท่ากันใน 1 สัปดาห์ แต่รอบที่ 2 ทำให้ผู้เป็นเบาหวานท่านนี้ได้เห็นว่ากาแฟเย็นที่ชอบดื่มเป็นประจำนั้นมีผลทำให้น้ำตาลหลังอาหารสูงทุกครั้ง ข้อมูลตรงนี้ทำให้ทราบถึงสาเหตุของน้ำตาลที่สูง และแก้ไขที่ต้นเหตุได้เลย เพราะฉะนั้นการตรวจติดตามน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองต้องตรวจให้เห็นน้ำตาลหลายๆ เวลา จะดีกว่าตรวจแค่เวลาเดียว เพราะน้ำตาลในเลือดทุกเวลามีความสำคัญกับสุขภาพของเส้นเลือดเราทั้งหมด เราจึงไม่ควรที่จะละเลยน้ำตาลหลังมื้ออาหาร

แนะตรวจน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ ลดเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน
เบาหวาน กินอาหารนอกบ้านอย่างไรให้เป็นสุข
ดูแลสุขภาพผู้เป็นเบาหวาน ตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง : รายการชีวิตชีวา 13 มีนาคม 2559
เรื่องดีๆ ของผู้เป็นเบาหวานที่รู้จักตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง
การดูแลรักษาเบาหวาน
Copyright © 2017 ดูแลเบาหวาน
All rights reserved. Powered by QPlusHost.com
Roche Diagnostics (Thailand) Ltd.       Legal Statement | Privacy Policy

This website contains medical information and/or information on products which is targeted to Thai audience and could contain product details or information otherwise not accessible or valid in countries outside of Thailand. Please be aware that Roche Diagnostics (Thailand) Ltd. does not take any responsibility for accessing such information which may not comply with any legal process, regulation, registration or usage in the countries outside of Thailand.

เว็บไซต์นี้มีข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ และ/หรือผลิตภัณฑ์ที่มีประชาชนไทยเป็นกลุ่มผู้อ่านเป้าหมาย และอาจมีรายละเอียดของผลิตภัณฑ์หรือข้อมูลที่ไม่สามารถใช้ได้หรือไม่ถูกต้องในประเทศอื่นๆ โปรดทราบว่า บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ไม่มีส่วนรับผิดชอบในการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวซึ่งอาจไม่เป็นไปตามกระบวนการทางกฏหมาย กฏข้อกำหนด การจดทะเบียน หรือการใช้ในประเทศอื่นนอกเหนือจากประเทศไทย